ดินดี พืชดี ปลูกอะไรก็ดี วิธีการดูแลดินเพื่อปรับสภาพให้ดินดี

  • Home
  • Agriculture
  • ดินดี พืชดี ปลูกอะไรก็ดี วิธีการดูแลดินเพื่อปรับสภาพให้ดินดี
วิธีการดูแลดิน
วิธีการดูแลดิน

อย่างที่เรารู้กันดีว่าทุกวันนี้สิ่งที่เรากำลังเผชิญในสังคมอย่างหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ ปัญหามลพิษทางอากาศ  จากปัญหาโลกร้อน มลภาวะต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้หลายคนหันมาใส่ใจเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้นโดยการปลูกต้นไม้ทั้งไม้ดอก ไม่ประดับ ไม่ยืนต้น และพืชกินได้ หากคุณชอบการปลูกต้นไม้ แต่รู้สึกว่า ไม่ว่าคุณจะตั้งใจปลูกแค่ไหน ต้นไม้ก็ดูแคระแกร็นไม่สมบูรณ์สักที แล้วคุณเคยคิดหรือเปล่าว่ามันอาจเกิดจากดินที่คุณใช้ปลูกก็ได้ มันจะดีกว่าไหม ถ้าเรามาหาทางแก้ในเรื่องของดินที่ปลูกกัน โดยการทำให้ดินเกิดความสมบูรณ์มากที่สุด

            สำหรับดินดี ก็คือ เมื่อตักขึ้นมาแล้วต้องมีส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วน โดยปริมาตร คือ เนื้อดิน มีส่วนสำคัญมากที่สุด เพราะว่ามีบทบาทเป็นตัวกลางให้รากพืชได้ยึดและตั้งเป็นลำต้นด้วย และเนื้อดินนี้ควรมีค่าความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 5.5-6.5 ซึ่งเป็นค่าดินที่เหมาะกับการปลูกพืชมากที่สุด ต่อมาเป็นอินทรียวัตถุ ได้มาจากการย่อยสยายของเศษซากของพืชหรือสัตว์ และทับถมกันอยู่ในดิน ที่สำคัญจะต้องมีปริมาณอยู่ที่ร้อยละ 5 ของดิน เพราะว่าจะมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช และทำให้ดินร่วนด้วย ต่อมาในดินควรมีเรื่องของความชื้นอีกร้อยละ 25 เพราะดินดีต้องมีน้ำอยู่พอเพียง เพื่อทำให้สิ่งมีชีวิตในดิน รากพืชมีชีวิตอยู่ได้ และความชื้นและน้ำยังช่วยละลายธาตุอาหารในดินเพื่อให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ได้ ส่วนอากาศจะต้องมีร้อยละ 25 คือ ดินต้องโปร่ง ร่วนซุย จึงจะเป็นปัจจัยของดินที่ดี

            ถ้าดินดี  เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีอะไรเลย แต่ว่าดินของเรามักโดนชะล้างจากน้ำฝนและจุลินทรีย์ที่ย่อยสลายอย่างรวดเร็ว ทำให้ดินไม่สมบูรณ์อย่างที่ควร หลายคนจึงเลือกใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อปรับสมดุลของดิน โดยจะมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชอย่างพวกไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม

            ส่วนถ้าคุณอยากฟื้นฟูดินโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมีก็สามารถทำได้ โดยหลังจากการเก็บเกี่ยวแล้ว ให้คุณไถกลบตอซังลงดิน และหลังจากนั้นคลุมด้วยเศษหญ้าและฟางข้าว ถ้าดินมีความชื้นอยู่ก็ให้หว่านพืชตระกูลถั่วลงดิน เพราะว่ารากถั่วมีสารอาหารที่จำเป็นต่อพืช โดยเฉพาะในโตรเจน และในระยะแรกอาจใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกลงไปด้วย เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้มากขึ้นนั่นเอง             เมื่อคุณสามารถปรับสภาพดินได้ดังที่กล่าวมา ดินของคุณอาจจะอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และต่อไปก็ไม่ต้องใช้สารเคมีอีกต่อไป เพราะว่าดินของคุณมีความอุดมสมบูรณ์สามารถปลูกอะไรก็ดูสวยงามไปหมด เพราะฉะนั้นใครที่มีปัญหาเรื่องดิน หรือสิ่งปลูกพืชแล้วต้นไม่ไม่โตเท่าที่ควร ก็ให้ลองทำอย่างที่กล่าวมา เพราะมันไม่ได้ยากจนเกินไปนั่นเอง ใครมีปัญหาก็ลองไปทำกันดู รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน